.. อันยองฮาเซโย!! .... ยินดีต้อนรับสู่โลกแห่งจินตนาการอันไร้กฏเกณฑ์ของ .. ลูกหมีขาวตัวน้อยที่หลงรักนางฟ้าของเหล่าเทพเจ้า~!!!!

 

หากคุณผ่านมา .. ใบชาขอ .. กรุณาอ่านให้จบนะคะ ..

หากคุณเป็นคนผ่านมา .. อย่างน้อยบทความนี้คงจะเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับไอดอลเกาหลีไปบ้าง .. แค่เล็กน้อยใบชาก็ดีใจแล้วค่ะ

หากคุณเป็น V.I.P หรือ Korean FanClub .. อย่างน้อยบทความนี้คงจะทำให้คุณเข้าใจและรักพวกเขา BIG BANG มากยิ่งขึ้น .. แค่เล็กน้อยใบชาก็ดีใจแล้วค่ะ ...

^_______^

 

.

.

 

บิ๊กแบง ความสำเร็จกับหยาดเหงื่อและน้ำตา

5 คน 5 สีสันที่แตกต่าง

 

 

 

 

หนังสือ ของบิ๊กแบง กลุ่มนักร้อง 5 คนที่ฮอตที่สุดในเกาหลี, 'Shout to the world' ซึ่งเป็นหนังสือที่เขียนเรื่องราวตั้งแต่เริ่มเดบิวต์ จนกระทั่งพวกเขาประสบความสำเร็จ สามารถขึ้นแท่นเป็นหนังสือขายดีภายในพริบตาเดียว เรื่องราวของพวกเขาถือเป็นความหวังและกำลังใจต่อใครหลายๆคนเพื่อที่จะก้าวผ่านปัญหาและประสบความสำเร็จให้ได้

 

สมาชิก ทั้ง 5 ของบิ๊กแบงได้แสดงให้เห็นว่า 'ไม่มีอะไรได้มาโดยที่ไม่พยายาม' พวกเขาเป็นคนเดินเข้าไปหา YG Ent และแข่งขันในบททดสอบต่างๆเพื่อที่จะเป็นส่วนหนึ่งของบิ๊กแบง

 

อคติที่หลายคนมีต่อดารานักร้องมีมากมาย อย่างเช่น ถึงจะโง่แต่เพราะหน้าตาดีทำให้เขามีชื่อเสียงหรือไม่ก็ สังกัดอยู่ในค่ายเพลงหรือค่ายละครใหญ่ๆ การที่มีคนจดจำได้มากมายนั้นทำให้พวกเขาได้รับรายได้เพิ่มมากขึ้น และตามมาด้วยความมีชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม และหากดารานักร้องนั้นได้ชื่อว่าเป็นไอดอล อคติเหล่านี้ก็ยิ่งจะเพิ่มมากขึ้นด้วย

 

บิ๊กแบงก็ได้ชื่อว่าเป็นวงไอดอลอับดับต้นๆของเกาหลี

 

ในข่าวล่าสุด บิ๊กแบงสามารถทำรายได้ถึง 40 ล้านดอลล่าร์จากเพลง, คอนเสิร์ต ฯลฯ

 

หากเปรียบเทียบแล้วบิ๊กแบงสามารถทำรายได้มากกว่าบริษัทเล็กๆหลายบริษัทรวมกันซะอีก เมื่อเทียบกับวัยรุ่นทั่วไปแล้ว วัยรุ่นในช่วงอายุของบิ๊กแบงอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จมากนัก ในขณะที่บิ๊กแบงสามารถทำรายได้มากมายจากการร้องเพลงและเต้น

 

แต่อย่างไรก็ตาม บิ๊กแบงนั้นเป็นเหมือนเพื่อนที่น่ายกย่องและยินดีด้วยมากกว่านักร้องที่น่าอิจฉาเพราะแม้กระทั่งลุคของพวกเขายังแตกต่างจากไอดอล ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะดูดีและน่าสนใจ

 

แต่หากมองย้อนไปเมื่อปี 2006 ที่บิ๊กแบงเริ่มเดบิวต์ พวกเขาขี้อายแถมยังมีหน้าตาธรรมดาที่ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของวงไอดอล ปกติแล้ววงไอดอลทั่วไปมักจะเป็นคนที่สูง, เท่ห์ และหน้าตาถอดแบบ มาจากการ์ตูน แต่สมาชิกของบิ๊กแบงกลับดูเหมือนวัยรุ่นทั่วไป หากยกเว้นท๊อปความสูงโดยเฉลี่ยของบิ๊กแบงจะอยู่ที่ 170 ซม. ถือได้ว่าบิ๊กแบงนั้นแหกกฏมาตรฐานของวงไอดอลแต่พวกเขากลับเป็นวงที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดด้วยรายได้กว่า 40 ล้านดอลล่าร์

 

หนึ่งในสาเหตุที่บิ๊กแบงประสบความสำเร็จนั้นคือการเป็นที่คุ้นตากับสายตาประชาชน พวกเขาเป็นวงไอดอลของทุกๆวัย ซึ่งเป็นไปอย่างที่ ยางฮยอนซอก, YG CEO, ได้กล่าวไว้เมื่อปี 2006 ว่าเขาต้องการสร้างวงไอดอลที่เข้าถึงคนทุกๆวัย

 

บิ๊กแบงนั้นได้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างมากเพื่อที่จะมาเป็นอย่างทุกวันนี้ พวกเขาไม่ใช่แค่กลุ่มเด็กวัยรุ่น ที่บริษัทคัดเลือกมาจากแหล่งรวมเด็กวัยรุ่น แต่พวกเขาพยายามที่จะให้เป็นคนที่ถูกคัดเลือกหรือแม้กระทั่งเดินเข้าไปหา YG ด้วยตนเอง บิ๊กแบงนั้นมีความฝัน และเป้าหมายของตัวเองตั้งแต่ยังเด็ก พวกเขาทุ่มเทและทำทุกอย่างเพื่อดนตรีที่พวกเค้ารัก บิ๊กแบงไม่เคยหวาดกลัวกับความท้าทายและการแข่งขัน ไม่เคยขี้เกียจในการซ้อมเต้นและร้องเพลง พวกเขาต้องเป็นนักเรียนพร้อมๆกับเป็นเทรนนี่ นอกจากนี้บิ๊กแบงยังทำเพลง, ท่อนแรพและคิดท่าเต้นด้วยตัวเอง บิ๊กแบงนั้นเปลี่ยนรูปแบบมาตรฐานของวงไอดอลไปอย่างสิ้นเชิง!

 

 

 

G-Dragon, TaeYang

6 ปีกับการเป็นเทรนนี่, ผ่านมาได้ด้วยความอดทนและไม่ละทิ้งง่ายๆ

 

 

จี-ดราก้อนและแทยังเป็นเทรนนี่อยู่ 6 ปีตั้งแต่เรียนชั้นประถมศึกษา หลายคนละทิ้งมันเพราะระยะเวลาที่เนิ่นนานและความโดดเดี่ยว แต่ทั้งสองคนนี้ไม่เคยที่จะยอมแพ้และสามารถผ่านมันมาได้

 

จีดราก้อนเคยเดบิวต์ใน 'Little Rula' ตั้งแต่ 5 ขวบแต่เขาก็ไม่เคยผิดหวังกับการเป็นแค่เทรนนี่ เขากลัว "การที่ไม่ได้เป็นในสิ่งที่อยากเป็น" และเอาชนะได้ด้วยความกระตือรือร้น หลังจากที่ได้มาเป็นสมาชิกบิ๊กแบง

 

จีดราก้อนทำเพลงเองและเขาก็เป็นลีดเดอร์ที่นำกระแสเทรนด์แฟชั่นอีกด้วย

 

แทยังมีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีนิสัยที่ชอบท้าทายตั้งแต่เด็ก เขาถูกเลือกให้แสดงในเอ็มวีของ JinuSean จากการออดิชั่น การเตรียมตัวออดิชั่นของเขานั้นไม่ต่างอะไรกับการเตรียมตัวออกโซโล่อัลบั้มแม้แต่นิดเดียว

 

หลังจากออดิชั่น เขาได้ขอยางฮยอนซอกเป็นเทรนนี่ใน YG และการตอบรับมีเพียงแค่ "แล้วจะโทรกลับไปนะ" หนึ่งเดือนผ่านไปเขาได้เดินทางไป YG แล้วถามยางฮยอนซอกว่า "ทำไมจึงไม่โทรกลับ" นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาได้เข้าเป็นเทรนนี่ เขายังได้บอกเพิ่มเติมอีกว่า

 

"ผมได้เรียนรู้ว่าถ้าหากคุณมีความกระตืนรือร้นแล้ว ไม่มีสิ่งไหนที่ไม่สามารถจะเอาชนะได้"

 

จีดราก้อนและแทยังตั้งเป้าหมายชีวิตตั้งแต่เด็กและเดิมพันด้วยทุกอย่างที่พวกเขามี ในเวลาที่เพื่อนๆนั่งท่องศัพท์ภาษาอังกฤษ พวกเขาต้องเรียนรู้วิธีการแร็พและการเต้น ในเวลาที่เพื่อนๆออกกำลังกายที่สนามฟุตบอล พวกเขาต้องเรียนรู้การเต้นที่ห้องซ้อมที่ร้อนอบอ้าว ในเวลาที่เพื่อนๆมีความสุขหลังจากที่สอบเสร็จ พวกเขาต้องกลับมาที่ห้องซ้อมเพื่อบททดสอบชิ้นใหม่ และในเวลา ที่เพื่อนๆใช้เวลาทั้งหมดไปกับการนอนในช่วงปิดเทอม พวกเขาต้องตื่นแต่เช้าและฝึกซ้อมให้หนักกว่าเดิม ในเวลาที่ เพื่อนๆเบื่อกับเสียงเรียกให้ไปกินข้าวของแม่ พวกเขาต้องยิ้มเวลาเห็นหน้าแม่ (พวกเขาจะได้เห็นหน้าพ่อแม่แค่เดือนละครั้ง) และหลั่งน้ำตาเวลาที่แม่กลับไป

 

"เพราะเส้นทางเดินของพวกเราแตกต่างจากคนอื่นๆ เราไม่สามารถหันหลังกลับได้ เพราะฉะนั้นเราก็ต้องต่อสู้กับมันอย่างเต็มที่"

 

จีดราก้อนและแทยังผ่านชีวิตในช่วงเทรนนี่ด้วยความกระตืนรือร้นพยายามพร้อมกับมีความคิดที่ว่า "ยังไงก็ต้องทำให้ได้" และได้มาเป็นสมาชิกบิ๊กแบงในที่สุด

 

 

 

Seungri

เรียนรู้ความขมขื่นของชีวิตจากความผิดหวังตั้งแต่อายุ 15

 

 

เรื่องราวของซึงรีเป็นเหมือนละครชีวิต ทักษะการเต้นของเขาถือว่ามีน้อยสุด

 

แต่เพราะความมั่นใจว่าจะต้องทำได้ ทำให้ความพยายามอีกครั้งไม่ใช่ปัญหา เขาได้รับโอกาสในการทำโซโล่เป็นคนที่สองต่อจากแทยัง

 

ทั้งๆที่เขา เพิ่งจะอายุ 18 ปีเมื่อไม่นาน แต่เขาก็เคยร่วมแสดงเต้นกับวงเพื่อนๆเมื่อตอนม.ต้น และแม้ว่าเขาจะเคยผิดพลาด ผิดหวังหลายต่อหลายครั้ง, โอกาสที่ได้รับหลุดลอยไปบ้าง แต่เขาก็ไม่เคยท้อถอยและยอมแพ้ เมื่อตอนอยู่เกรด 7 หลังจาก ที่เห็นทีมหนึ่งแสดงโชว์ ซึงรีก็เริ่มหลงใหลและชื่นชอบการเต้นเป็นอย่างมาก ทั้งที่ไม่ได้มีทักษะในการเต้นแต่เขาก็สามารถเข้าเป็นส่วนหนึ่งของทีมและเริ่มต้นการเต้นอย่างจริงจัง

 

ก่อนการแข่งขันทุกคนต่างแยกย้ายกันไป เขาได้โน้มน้าวสมาชิกคนอื่นๆว่า พวกเขาสามารถทำได้ และเขาจะคิดท่าเต้นใหม่ขึ้นมา (แม้ว่าเค้าจะเต้นไม่ได้ก็ตาม!) ทีมของเขาชนะการแข่งขันครั้งนั้น

 

ซึงรีได้เข้ามาออดิชั่นในรายการ Mnet's Battle Shinhwa ในปี 2005 แต่ก็ต้องตกรอบไปเสียก่อน ซึงรีได้ไป SM entertainment, Dream Factory และอีกหลายๆที่แต่เขาก็ต้องพบกับความผิดหวังทุกครั้งไป

 

"ทักษะของผมไม่ถึงเกณฑ์ของสมาชิกคนอื่นๆ ผมมีเวลาซ้อมและเรียนรู้น้อยกว่า การเต้น, ร้องเพลง .... ทุกอย่างมันยากไปหมด" ซึงรีขอโอกาสแก้ตัวใหม่

 

ถึงแม้ยางฮยอนซอกจะเคยบอกว่าโอกาสที่เขาจะกลับเข้าบิ๊กแบงนั้นมีน้อยมาก แต่เขาก็ไม่เคยท้อ และคิดเสมอว่าเขาจะต้องทำให้ได้ ในที่สุดเขาก็ได้เข้ามาเป็นสมาชิกบิ๊กแบง และต่อมาเขาได้ทำโซโล่เพลง 'Strong Baby' ซึ่งแข่งขันกับเพลง Gee ของ Girl Generation ในชาร์ตเพลงต่างๆ

 

 

 

DaeSung

โอกาสได้มาเพราะมองโลกในแง่ดี

 

 

Smile Angel แดซองมีชื่อเสียงได้เพราะการมองโลกในแง่ดีและคิดบวก

 

เขาทะเลาะกับพ่อที่มีความคิดขัดแย้งและออกจาก บ้านเพื่อที่จะมาเป็นเทรนนี่ที่ YG แต่เขากลับยอมรับว่า "หากพ่อเขาไม่คัดค้าน เขาอาจจะไม่ได้เป็นอย่างทุกวันนี้"

 

"หากพ่อสนับสนุนผมตั้งแต่ต้น ผมอาจจะเลิกสนใจดนตรีและไม่กระตืนรือร้นเลยก็เป็นได้ แต่เพราะพ่อดุและเย็นชา ทำให้ผมมีมานะและไม่เคยเลิกสนใจในดนตรี"

 

แดซองมีความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องตั้งแต่อายุ 8 ปี เมื่อตอนที่คุณครูบอกว่าเขาสามารถที่จะเป็นนักร้องได้ ในตอนออดิชั่นแม้ว่าเสียงของเขายังไม่ได้ฝึกมาอย่างดีนัก

 

แต่เพราะรอยยิ้มนั้นทำให้ยางฮยอนซอกสนใจในตัวเขา แดซองมองโลกในแง่ดีเสมอ และเขาก็ยังเชื่อว่า "หากมีความเชื่อว่าทำได้แล้ว ยังไงก็ต้องทำได้"

 

"หากว่าผมไม่มีนิสัยที่มองโลกในแง่บวกละก็ ผมก็อาจจะเก็บความฝันที่อยากจะเป็นนักร้องไว้เป็นแค่ความฝันในเวลาที่ล้มเหลวและผิดหวัง สิ่งเดียวที่ผมทำได้ก็คือคิดบวกและมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น เมื่อคุณหมดหวัง คุณก็จะเหลือแค่เพียงความปรารถนา แต่เมื่อไหร่ที่คุณมีความศรัทธาปาฏิหารย์ก็จะเกิดขึ้นเอง ชีวิตของพวกเราอยู่ได้ด้วยความหวัง"

 

 

 

TOP

ความล้มเหลวนำมาซึ่งการประสบความสำเร็จ

 

 

ท๊อปหลงใหลในแรพตั้งแต่เขายังอยู่เกรด 5 เมื่อตอนที่เขาเรียนม.ต้น เขาเป็นหนึ่งในนักเรียนที่เกเร คอยก่อเรื่องต่างๆ เขา ถูกเพ่งเล็งจากรุ่นพี่ (เพราะความสูงและชอบใส่เสื้อผ้าสไตล์ฮิพฮอพ) และต่อมาเขาก็สนิทกับรุ่นพี่ ในเกรด 9 เขาต้องสูญเสียเพื่อนจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์ หลังจากนั้นเขาจึงกลับไปใช้ชีวิตนักเรียนเหมือนคนอื่นๆทั่วไป

 

ท๊อปต้องการที่จะเป็นแรพเปอร์ ม.ปลายเขาเริ่มออกแสดงโชว์ตามเวทีใต้ดินต่างๆ และได้รับโอกาสเข้ามาออดิชั่น ใน YG Ent. ในตอนนั้นเขาหมดหวัง

 

เมื่อเขารู้ว่าจะต้องเต้นในการออดิชั่นด้วย เขามีความต้องการที่จะยอมแพ้ (เขาเกลียดการเต้น) แต่เขาก็คิดได้ว่ามันต้องน่าขำแน่นอน หากเขาละทิ้งโอกาสนี้เพียงเพราะเขาเกลียดการเต้น

 

"หากผมยอมแพ้ในการออดิชั่น ผมก็ไม่สามารถที่จะมีความฝันในชีวิตที่ผมเป็นอยู่ตอนนี้ได้อีก มันเป็นเรื่องโง่มากหากจะปิดกั้นดนตรีแนวอื่นๆ นอกจากฮิพฮอพเพียงเพราะคุณชอบแค่ฮิพฮอพ ผมคิดว่าหากคุณเป็นแรพเปอร์ตัวจริง คุณจะต้องสามารถแร็พ ให้เข้ากับดนตรีแนวอื่นๆอย่างเช่นบัลลาด, แดนซ์ให้ได้"

 

ท๊อปยังบอกอีกว่า ความผิดพลาดนั้นเป็นสิ่งสำคัญในเส้นทางที่จะประสบความสำเร็จ เขาคิดทบทวนครั้งแล้วครั้งเล่าในที่สุดเขาก็พร้อมที่จะทำความฝันของเขาอย่างเต็มที่ ในเวลาที่เพื่อนๆ ตั้งใจเรียนเพื่อจะสอบเข้ามหาลัย แต่เขากลับพักมันไว้ เพื่อทุ่มให้กับงานเพลง และในเวลาที่เพื่อนๆใช้ชีวิตอย่างสนุกสนานในมหาวิทยาลัย แต่เขากลับต้องมาฝึกซ้อมในห้องซ้อมอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุดในโลกที่เต็มไปด้วยความฝันของเขา ทำให้เขาไม่มีเวลามาคิดว่าชีวิต ในรูปแบบที่เขามีนั้นแตกต่างจากเพื่อนคนอื่นๆ

 

"โอกาสจะกลายเป็นความล้มเหลวหากคุณปล่อยมันไป แต่เมื่อไหร่ที่คุณคว้ามันไว้มันจะนำโชคมาให้คุณ"

 

 

 

พวกเรายังเป็นเทรนนี่ที่ต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย

 

 

พวกเราไม่รู้ว่าอนาคตในข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ความผิดพลาดได้หยิบยื่นโอกาสให้สมาชิกบิ๊กแบง และความเจ็บปวดทำให้พวกเขาอดทน และเติบโตขึ้นเรื่อยๆ

 

ซึงรียังเพิ่มเติมด้วยว่า"เวลาที่ผมรู้สึกเจ็บปวดและกดดัน ผู้ชมจะได้เห็นการแสดงที่ยอดเยี่ยม ผมรู้ว่าพวกเค้าชอบ ผลผลิตของความพยายามของผม และผมก็จะพยายามที่จะทำให้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ"

 

ซึงรีกล่าวว่าเขาจะต้องอ่านหนังสือหลายๆเล่มเพราะเขาต้องทำงานโซโล่, ให้สัมภาษณ์, ไปทำงานในรายวิทยุคนเดียว เขามีหน้าที่ มากมายที่จะต้องรับผิดชอบ อีกทั้งเขายังต้องเตรียมตัวในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกด้วย

 

จี-ดราก้อนบอกพวกเราว่า "ถ้าไม่กล้าเผชิญกับความหวาดกลัวและความล้มเหลวก็เหมือนกับไม่ใช้ชีวิตวัยรุ่นอย่างคุ้มค่า การถ่อมตัวและพยายามอย่างหนักของพวกเราจะไม่เปลี่ยนแปลง การที่ได้อันดับ 1 ในชาร์ตเพลงหรือยอดขายที่ขายได้ดีนั้นเป็นเพียงแค่โบนัสจากความเพียรพยายามของพวกเราเท่านั้นเอง ในความคิดของเรานั้นเรายังคงเป็นแค่เทรนนี่อยู่เสมอ"

 

 

 

Credit to ::

translated by 코코마탑횽@bbvipz
tiptop.mireene.com
Post taken from momo@bbfansite
translated Thai by tanz~*@bigbangthailand

 

.

.

.

 

ขอบคุณมากนะคะ .. ที่อ่านมันจนจบ ..

'ไอดอล' ไม่ได้มีดีแค่หน้าตา .. เพราะพวกเขามี 'ความพยายาม' และ 'ความสามารถ' ซึ่งเป็น 'สิ่งที่น่าชื่นชมและรับมาปฏิบัติตาม' มากกว่า 'การคลั่งไคล้ไอดอลอย่างไร้สติ' เหมือนคนบางกลุ่มนะคะ .. ^^

หวังว่า ความคิดเกี่ยวกับพวกเขาคงจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง .. รักพวกเขาด้วยนะคะ ^^

 

 

I'm not V.I.P .. but .. I admire YOU .. ^________^

 

LiTTlE WhiTe BeaR [ใบชา]

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ว้าว สุดยอดไปเลย

ชื่นชมวงนี้โดยส่วนตัวนะคะ

ศิลปินเค้ามีความพยายามกันมากๆเลย

ขอบคุณที่เอามาลงให้ได้อ่านค่ะconfused smile

#1 By -:Lilitto:- on 2009-04-16 11:18

ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ ขันน้ำ

ลืมไป สาดน้ำจ้าาา

#2 By -:Lilitto:- on 2009-04-16 11:19

ขอบคุณน้องใบชามาก
ที่เอาเรื่องราวเกี่ยวกับ bigbang มาให้อ่าน
ตั้งแต่หนังสือ\'Shout to the world\'
ไว้พี่จะมาอ่านอีกน่ะ
อันยองงงงงงงงbig smile big smile

#3 By ZtsZ (58.137.99.69) on 2009-04-16 14:04

ชอบมากๆเลยค่ะ

เราชอบบิ๊กแบงมากๆเลยล่ะ

#5 By jahja (58.147.35.184) on 2009-04-19 13:08

นายแน่มากจียง
นายเจ๋งที่สุด
และนายมีความพยายามดีมาก

#6 By nubeer on 2009-05-15 23:28